แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โดกุดา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โดกุดา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โพรแลคกับผลงานวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น


จากหนังสือ "วารสาร วิทยาศาสตร์" ลายพระราชหัตถเลขา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราาชทานแก่วารสารวิทยาศาสตร์ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวาระที่วารสารวิทยาศาสตร์ เข้าสู่ปีที่ 70 ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม 2559 วารสารเฉพาะวิชาเด่น โดยคณะกรรมการพัฒนาหนังสือ ISSN 0125-0515 โดยเนื้อหาระบุว่า
 IRF กับ 4 ผลงานเด่นด้านสุขภาพจาก ม.ขอนแก่น
   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโครงการทุนนักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมหวังปั่นนักวิจัยปริญญาโทปริญญาเอกสู่ภาคอุตสาหกรรม เปิดตัวผลงานในมือที่ทำสำเร็จแล้วพร้อมขยายสู่การผลิตทันที เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการวิจัยเชิงสตาร์ทอัพ รศ.ดร.ประเสริญ ภวสันต์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย เปิดเผยในระหร่างนำคณะสื่อมวลชนเปิดตัว 4 ผลงานเด่นด้านสุขภาพ ภายใต้โครงการทุนนักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมหรือ Industrial-academic Research Fellowship Program (IRF)    
ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า IRF เป็นทุนสนับสนุนนักวิจัย ที่สำเร็จการศึกษาใหม่ สามารถใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการเรียนรู้ระบบการทำงานของภาคอุตสาหกรรมและประยุกต์งานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาจากภาคอุตสาหกรรม โดยมีอาจารย์หรือนักวิจัยอาวุโสจากภาครัฐเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ และประเด็นปัญหาจากการดำเนินงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งวงการวิชาการ เนื่องจากเกิดองค์ความรู้ใหม่ที่สอดคล้องกับการพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ใหม่ วงการอุตสาหกรรม เพราะสามารถเข้าใจการแก้ไขปัญหาและพัฒนากระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็วและดีขึ้น
สำหรับรูปแบบของทุน IRF จะเป็นการร่วมสนับสนุน 3 ฝ่าย คือจาก สกว. ร้อยละ 25 จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของรัฐ ร้อยละ 25 และจากภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 50 ในด้านเงินสนับสนุนและองค์ความรู้ต่อยอด โดยรับทุนไม่เกิด 2 ปี ใน 2 รูปแบบ คือ ทุนนักวิจัย วุฒิปริญญาโท ทุนละ 1.06 ล้านบาท และวุฒิปริญญาเอก ทุนละ 1.8 ล้านบาท
ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองอธิบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดเผยถึงผลงานด่นของนักวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้รับทุน IRFการศึกษาฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันของน้ำหมักสมุนไพรพลูคาว โดย รศ.ดร.ธนเศรษฐ์ เสนาวงค์ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ที่ปรึกษา, นายศุภวิชญ์ อุทัยวัฒน์ นักศึกษา และ บริษัท โพลแลค (ประเทศไทย) จำกัด มีเป้าหมายเพื่อเตรียมสารสกัดเพื่อศึกษาฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันของเครื่องดื่มน้ำหมักสมุนไพรพลูคาว โดยใช้เทคนิค HPLC ซึ่งข้อมูลที่ได้เบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มน้ำหมักสมุนไพรพลูคาวมีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน โดยจากการทดลองกับเซลล์ม้ามของหนูแรท ไม่พบความเป็นพิษต่อเซลล์ม้ามของหนูแรท และมีแนวโน้มส่งเสริมการเจริญแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์เป็นอย่างดี

Cr.วารสารวิทยาศาสตร์ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม 2559

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ



ใครที่ไม่อยากเป็นมะเร็ง วันนี้เรามีสารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการมาบอกกัน

1. น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย

2. นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน
 

3. เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง

4. 80% ของผักและนำผลไม้สดถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน

5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ช็อกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด

6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง

7. เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น

8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอีวิตามินซี

9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต

10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้

การ ออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง

บทความจาก นสพ.เดลินิวส์