แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อันตราย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อันตราย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

อันตรายจากกล่องโฟม เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

 หลายคนคงเคยชินกับการรับประทานอาหารแบบใส่กล่องโฟมกันใช่ไหมล่ะ เพราะสะดวก รวดเร็ว กินที่ไหนก็ได้ ประหยัดเวลาทำอาหาร และที่สำคัญทานเสร็จก็ไม่ต้องล้างอีกด้วย แต่เพื่อน ๆ เชื่อหรือไม่คะว่า ท่ามกลางความสะดวกสบาย กล่องโฟมก็แฝงไปด้วยภัยร้ายที่อาจคร่าชีวิตคุณได้ในที่สุด

          โดย นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความรู้ว่า กล่องโฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป (Styrofoam) เป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำ ๆ จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน (Styrene) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง

          อาหารตามสั่งที่บรรจุกล่องโฟม จึงเป็นแหล่งสะสมสารสไตรีน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อมง่ายหงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด ถ้าเป็นผู้ชายรับประทานเข้าไปมาก ๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม และทั้งสองเพศมีโอกาสสูงต่อการเป็นมะเร็งตับ แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม

          สำหรับสไตรีน ถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟม ลูกมีโอกาสสมองเสื่อมเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ  ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า

ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ง่ายถึง 5 ปัจจัยได้แก่

          1. อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง

          2. ถ้าปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชูแอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ

          3. ถ้าซื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มาก

          4. ถ้านำอาหารที่บรรจุโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก

          5. ถ้าอาหารสัมผัสพื้นที่ผิวกล่องโฟมมาก ๆ รวมถึงร้านไหนตัดถุงพลาสติกใสรองอาหาร ขอบอกว่าได้รับสารก่อมะเร็ง 2 เด้ง ทั้งสไตรีนและไดออกซินจากถุงพลาสติกเลยทีเดียว 

          นพ.วีรฉัตร กล่าวเตือนด้วยว่า อาหารตามสั่งหรือข้าวราดแกงกับไข่ดาวหรือไข่เจียวร้อน ๆ อาจจะไปละลายผนังกล่องโฟม เสมือนรับประทานอาหารคลุกสไตรีนไปด้วย ถึงกระนั้นไข่ดิบที่วางขายในแผงไข่พลาสติก สารสไตรีนมีโอกาสวิ่งเข้าในเปลือกไข่ได้เช่นกัน  ถ้าเลือกไข่ดิบควรเลือกซื้อจากแผงไข่กระดาษจะปลอดภัยที่สุด

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

มะเร็งเต้านม คุณสีไพร ภิญโญดม


คุณสีไพร ภิญโญดม พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์โรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นผู้เคราะห์ร้ายจากโรคมะเร็งเต้านม

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มะเร็งปากมดลูก


มะเร็งปากมดลูก
พบมากเป็นอันดับสอง ของมะเร็งในผู้หญิง รองจากมะเร็งเต้านม ในแต่ละปีประเทศไทย มีผู้ป่วยมะเร็ง รายใหม่ประมาณ6,000 คน และเฉลี่ยวันละ 7 คน มะเร็งปากมดลูกพบในผู้หญิงอายุประมาณ  35- 50 ปี
สาเหตุ
1.         จากการติดเชื้อไวรัส “เอสพีวี (Humman Papilloma Virus) ชนิด 16 และ 18
2.         ปัจจัยส่งเสริม ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยการมีคู่นอนหลายคน การมีลูกมาก การสูบบุหรี่ และสภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอสด์)
อาการ
   โดยทั่วไปในระยะแรก จะไม่ปรากฏอาการใดๆ แต่ในระยะต่อมาผู้ป่วยจะพบ
1.         ตกขาวหรือมีเลือดออก ผิดปกติ ทางช่องคลอด
2.         ตรวจพบแผลหรือก้อนที่ปากมดลูก
การวินิจฉัย
1.         การตรวจแปบสเมีย (Pap Smear)
2.         การตรวจชิ้นเนื้อ
การรักษา
ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกอาจรักษาให้หายขาดได้เมื่อตรวจพบ โรคระยะแรก วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายไป ได้แก่
1.         การผ่าตัด
2.         การใส่แร่
3.         การฉายแสง
4.         เคมีบำบัด
การป้องกัน
สามารถป้องกันได้โดย
1.         การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยง
2.         ค้นหาการติดเชื้อ เอชพีวี และมะเร็งปากมดลูก โดยการตรวจแปปสเมีย

ที่มาสถาบันมะเร็งแห่งชาติ